ปฎิทินของฉัน

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทำไมต้องให้ช็อคโกแล็ตในวันวาเลนไทน์

ช็อคโกแล็ตวันวาเลนไทน์                                                                                                                                                                                                           











เมื่อเอ่ยถึงวันวาเลนไทน์ หลาย ๆ คนคงทราบดีว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก เป็นวันที่คนส่วนใหญ่นิยมแสดงความรักต่อกัน สำหรับคู่รักแล้วในวันนี้ชายหนุ่มส่วนใหญ่นิยมซื้อดอกไม้ช่อสวยให้แก่คนรักของตน แต่ก็มีคู่รักไม่น้อยที่นิยมซื้อช็อคโกแล็ตเป็นของขวัญให้แก่กัน

                                            

ช็อคโกแล็ตเกี่ยวข้องอะไรกับวาเลนไทน์

ช็อคโกแล็ตมีจุดเริ่มต้นที่อาณาจักรของชนเผ่าแอซเท็กซึ่งเป็นผู้ค้นพบต้นโกโก้และนำผลโกโก้ที่ได้มารับประทาน มีบันทึกว่ากษัตริย์ของชนเผ่าแอซเท็กนิยมดื่มน้ำโกโก้และช็อคโกแล็ต เพื่อช่วยในเรื่องทางเพศ ต่อมามีการนำเอาผลโกโก้ไปเผยแพร่ในยุโรป แรก ๆ ช็อคโกแล็ตถูกต่อต้านจากศาสนจักรเพราะเชื่อว่าช็อคโกแล็ตมีส่วนช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ต่อมาเมื่อการแพทย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น แพทย์พบว่าช็อคโกแล็ตมีส่วนประกอบที่ช่วยบำบัดผู้ที่มีอาการซึมเศร้าได้ เพราะในช็อคโกแล็ตนั้นมีสารชนิดหนึ่งซึ่งเมื่อเรารับประทานเข้าไปจะทำให้เราหลั่งความสุขออกมา ช็อคโกแล็ตเลยได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้
แต่ในกรณีการส่งช็อคโกแล็ตให้แก่กันในวันวาเลนไทน์นั้น ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเป็นคนแรก แต่คาดว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อนานมาแล้วชาวโรมันนิยมสรรหาอาหารสุดพิเศษมาทำอาหารเพื่อฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ และประเพณีนี้ก็สืบทอดกันเรื่อยมา และช็อคโกแล็ตเองก็มีประโยชน์ช่วยให้คนกินมีความสุข ดังนั้นในวันวาเลนไทน์หลาย ๆ คนจึงนิยมรับประทานช็อคโกแล็ตกัน
แต่สำหรับในเอเชียแล้ว ว่ากันว่าวัฒนธรรมการมอบช็อคโกแล็ตให้ผู้ชายที่เราแอบชอบในวันวาเลนไทน์นั้นเป็นประเพณีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการตลาดของประเทศญี่ปุ่นล้วน ๆ โดยสาว ๆ ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะตั้งอกตั้งใจทำช็อคโกแล็ตชิ้นพิเศษเพื่อนำไปมอบให้กับชายคนรัก หรือชายหนุ่มที่ตนเองหมายปอง เพื่อเป็นการแสดงออกว่าเธอชอบเขานั่นเอง ดังนั้นในช่วงใกล้วันวาเลนไทน์ทีไรสาว ๆ ญี่ปุ่นจึงมักจะกระตือรือล้นที่จะไปซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาทำช็อคโกแล็ตไปมอบให้กับคนรัก ในขณะที่บรรดาร้านรวงต่าง ๆ ก็ทยอยเอาช็อคโกแล็ตแบบต่าง ๆ ออกมาจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้ากันอย่างครึกครื้น

                                   

กลยุทธ์ทางการตลาดจุดเริ่มต้นแห่งวัฒนธรรม

เมื่อถึงวันวาเลนไทน์ชาวตะวันตกนิยมให้ของขวัญอย่างเช่นการ์ดอวยพร ขนมลูกกวาด  ดอกไม้ หรือสำหรับคู่รักก็จะนิยมไปเดทกันในสถานที่ดี ๆ บรรยากาศสวย ๆ แต่สำหรับที่ญี่ปุ่น มีเพียงสาว ๆ เท่านั้นที่ต้องให้ช็อคโกแล็ตกับหนุ่ม ๆ  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทที่ผลิตช็อคโกแล็ต โดยที่ญี่ปุ่นจะมีช็อคโกแล็ตหลากหลายแบบมากในวันวาเลนไทน์เช่น
  • Honmei Choco เป็นช็อคโกแล็ตที่สาว ๆ ตั้งใจทำหรือตั้งใจซื้อมาให้คนรัก หรือคนที่แอบชอบ
  • Giri Choco เป็นช็อคโกแล็ตตามธรรมเนียม สาว ๆ ส่วนใหญ่จะซื้อให้กับผู้ชายที่รู้จักอาจจะเป็นเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน น้องชาย พี่ชาย ญาติพี่น้อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาจจะมีหนุ่ม ๆ หลายคนรู้สึกไม่ดีที่ในวันวาเลนไทน์ตนเองไม่ได้รับช็อคโกแล็ตเลยสักชึ้น ทำให้เกิดการให้ช็อคโกแล็ตตามธรรมเนียมขึ้นมาด้วยซึ่ง Giri-choco นี้จะมีราคาไม่แพงมาก
  • Tomo Choco เป็นช็อคโกแล็ตที่สาว ๆ จะให้กับเพื่อนสนิท [ผู้หญิง] ในกลุ่ม หรืออาจจะซื้อให้ตัวเองก็ได้ ซึ่ง Tomo Choco นี้อาจจะเป็นช็อคโกแล็ตทำเองหรืออาจจะเป็นช็อคโกแล็ตที่ซื้อมาในราคาไม่สูงมากนักก็ได้
สำหรับ Tomo Choco นั้นถือเป็นช็อคโกแล็ตตามธรรมเนียมที่เพิ่งมีเมื่อไม่นานมานี้ แน่นอนว่ามันต้องเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกเช่นเคย เพราะในวันวาเลนไทน์หนุ่ม ๆ จะไม่ซื้อช็อคโกแล็ตกัน และมักจะมีแต่สาว ๆ เท่านั้นที่ต้องเป็นฝ่ายให้ ดังนั้นการเพิ่ม Tomo Choco ขึ้นมานอกจากจะเป็นการให้ความเท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิงแล้ว ยังถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง เพราะยอดขายกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทผลิตช็อคโกแล็ตนั้นได้มาในช่วงวาเลนไทน์นั่นเอง
ช็อคโกแล็ตวันวาเลนไทน์

วิธีการทำ Chocolate Heart

วัตถุดิบ:

1. ดาร์กช็อกโกแลต 200 กรัม
2. ไวท์ช็อกโกแลต 200 กรัม
3. น้ำเชื่อม ½ ถ้วย
4. เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่แห้ง หรือถั่วอัลมอนด์ 1 ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

1. นำดาร์กช็อกโกแลตมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปละลายในน้ำเดือด ใส่น้ำเชื่อมลงไปเพิ่มความหวานตามใจชอบ จนได้ช็อกโกแลตเข้มข้น แล้วพักไว้
2. นำไวท์ช็อกโกแลตมาละลายแบบเดียวกับดาร์กช็อกโกแลต
3. นำดาร์กช็อกโกแลต และไวท์ช็อกโกแลตเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นใส่เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่แห้ง หรือเมล็ดอัลมอนด์ลงไปตรงกลางพิมพ์ แล้วเทช็อกโกแลตทับไส้ลงไปจนเต็มพิมพ์
4. นำเข้าตู้เย็น จนช็อกโกแลตแข็งตัวได้ที่ แกะออกจากพิมพ์ จัดใส่จานหรือใส่กล่องเป็นของขวัญก็ได้
อ้างอิงข้อมูลจาก : http://th.openrice.com/recipe/index.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น